ซูนวู เป็นนักการทหารและนักปกครองของจีน ในสมัยของ พระเจ้าเฮอหลู เมื่อซุนวูได้นำตาราพิชัยสงครามที่เขียนขึ้น ทั้ง 13 บทถวายต่อพระเจ้า
เฮอหลู พระเจ้าเฮอหลูได้กล่าวกับซุนวูดังนี้
“ตำราพิชัยสงครามของท่าน 13 บท ข้าฯได้อ่านจบเรียบร้อยแล้ว แต่ท่านจะทดลองปฏิบัติ และแปรขบวนการรบให้ข้าฯดูเป็นขวัญตาจะได้หรือไม่ แล้วการทดลองนี้จะใช้กับอิสตรีจะเป็นไปได้หรือไม่ ?”
ซุนวูตอบว่า “ได้”
พระเข้าเฮอหลู ได้นำนางสนม รวม 108 คนมาให้ซุนวูทำการทดสอบแปรขบวนการรบ ซุนวูได้แบ่งนางสนมออกเป็นทหารหญิง 2 หน่วย และให้ นางสนมเอกคนโปรดของพระเจ้าเฮอหลู 2 คนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วย โดยให้ทุกคนถืออาวุธและเข้าแถวประจำหน้าที่ แล้วซุนวูก็ได้ออกคำสั่งว่า
“ท่านทั้งหลายทราบดีแล้วหรือยังว่า หลังหัน หน้าหัน ซ้ายหัน ขวาหัน เป็นอย่างไร”
ทหารหญิงทั้งหลายได้ยิน ก็ตอบพร้อมเพียงกันว่า
“ทราบดีแล้ว”
เมื่อสักซ้อมกำหนดเครื่องหมาย และประกาศให้ทุกคนทราบถึงระเบียบวินัยทางทหารแล้ว ซุนวูก็นำขวานอาญาสิทธิ์มาตั้งเรียงรายต่อหน้าทหารหญิง และประกาศอาญาสิทธิ์ในการลงโทษตามวินัยของทหาร จนทุกคนทราบดีแล้ว ก็ลั่นกลองรบ ให้ทหารหญิงทุกคนเคลื่อนย้ายแปรขบวนไปทางขวา ทางซ้าย ทหารหญิงทั้งหลายก็พากันหัวเราะกิ๊กกั๊กด้วยความสนุกสนาน ซุนซูจึงกล่าวว่า
“การกำหนดคำสั่งยังไม่แจ่มชัด ระเบียบวินัยทหารยังไม่เข้าใจกันดี ย่อมเป็นความผิดของผู้เป็นแม่ทัพ”
แล้วซุนวูก็ให้สัญญาณลั่นกลอง และออกคำสั่งต่อไป โดยให้ทหารหญิงเคลื่อนไปทางซ้าย และทางขวา เหล่าทหารหญิงก็ต่างหัวเราะและสนุกสนานกันยกใหญ่ ซุนวูจึงกล่าวขึ้นว่า
“การกำหนดคำสั่งยังไม่แจ่มชัด ระเบียบและวินัยทหารยังไม่เข้าใจดี ย่อมเป็นความผิดของแม่ทัพ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อได้มีการซักซ้อมและอธิบายหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่อาจรักษาระเบียบวินัยได้ ย่อมถือว่าเป็นความผิดของทหาร”
ซุนวู จึงสั่งให้นำทหารที่เป็นหัวหน้าหน่วยซึ่งเป็นสนมเอกของพระเจ้าเฮอหลู ไปประหารชีวิต (ตัดหัว) พระเจ้าเฮอหลูเห็นซุนวูทำเช่นนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก รีบลงมาจากพลับพลาที่ประทับและร้องขอชีวิตนางสนมทั้ง 2
ซุนวูจึงกล่าวตอบไปว่า
“เมื่อข้าพเจ้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ อาญาสิทธิ์ในการคุมกองทัพย่อมอยู่ที่ข้าพเจ้า ซึ่งราชโองการของพระประมุขย่อมไม่อาจจะมาลบล้างได้”
ในที่สุดซุนวูก็ได้ให้ทหารนำนางสนมที่เป็นทหารหญิง ไปประหารชีวิตต่อหน้าทหารหญิงทั้งหมด ครั้นแล้วก็ให้นางสนมที่ยื่นถัดไปขึ้นมาเป็นหัวหน้าหน่วยแทนผู้ถูกประหารชีวิต แล้วก็เริ่มให้สัญาณและลั่นกลองรบต่อไป คราวนี้จะให้ทหารหญิง หันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง ลุกนั่ง ทหารหญิงก็จะปฏิบัติอย่างพร้อมเพียงตามคำสั่ง ไม่มีใครกล้าออกเสียง หรือหัวเราะอีกเลย
ซุนวูจึงรายงานพระเจ้าเฮอหลูว่า
“บัดนี้ ทหารได้รับการฝึกซ้อมที่ถูกต้องตามกระบวนการรบเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้พระองค์ลงมาชมได้ และไม่ว่าพระองค์จะมีพระประสงค์ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ไหน อย่างไรก็ได้ทั้งนั้น แม้แต่จะลุยไฟ ฝ่าคมดาบ ทหารหญิงเหล่านี้ก็ไม่มีความย่นระย่อกลัวความตายแม้แต่น้อย”
พระเจ้าเฮอหลูทรงตรัสว่า
“ข้าไม่ต้องการที่จะลงไปชมแล้ว ท่านกลับไปพักผ่อนได้”
ซุนวูจึงกล่าวต่อไปว่า
“พระองค์ทรงชอบแต่สำนวนในตำราพิชัยสงคราม แต่แท้ที่จริงพระองค์ยังเข้าไม่ถึง หลักการของกลยุทธและยุทธศาสตร์ เลย”
Business Computer Program, Faculty of Management science, Surindra Rajabhat University, Surin, Thailand 32000
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553
แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย
แบบสัมภาษณ์เพื่อการวิจัย เรื่อง “ข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัยราชภัฏ”
ชื่อ- นามสกุล ผู้ให้สัมภาษณ์…………………………………………………………………………
ตำแหน่ง……………………………………………สังกัด………………………………………….
วันที่ให้สัมภาษณ์……………………………….สถานที่ให้สัมภาษณ์………………………………
1. แบบเก็บข้อมูลสถาบัน ประกอบด้วย ชื่อมหาวิทยาลัยภาษาไทย ชื่อมหาวิทยาลัยภาษาอังกฤษ
สถานที่ตั้ง ที่อยู่ติดต่อได้ทางไปรษณีย์ E-mail: หมายเลขโทรศัพท์ Website
2. ระบบการศึกษา
หลักสูตรนานาชาติที่เปิดดำเนินการในปัจจุบันของมหาวิทยาลัยราชภัฏของท่านได้แก่
ระดับการศึกษา สาขาวิชาที่เปิดสอน จำนวนผู้เรียน นักศึกษาต่างชาติ ระดับอนุปริญญา
ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก
นักศึกษาต่างชาติ คิดเป็นร้อยละเท่าใดของจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น…………………………
มาจากชาติใดบ้าง…………………………………………………………….……………..
3. อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์ประจำ/ต่างประเทศ ที่ประจำหลักสูตรนานาชาติที่ท่านเปิดสอน
ระดับการศึกษา อาจารย์ไทย/คน อาจารย์ต่างชาติ/คน จากประเทศใดบ้าง
ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก จำนวนกี่คน
อาจารย์จากต่างประเทศ จากประเทศบ้าง……………………………………………………………………………
เพื่อมาทำหน้าที่อะไร………………………………………………………………………..……….
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. …..
4. ความร่วมมือกับต่างประเทศ
ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยของท่านได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างไร (MOU) ใน
ด้านการจัดการศึกษานานาชาติ
ชื่อสถานศึกษา ไทย/อังกฤษ………………………………………………………………
ประเทศ…………………………………………………………………………………..
รัฐบาล/เอกชน…………………………………………………………………………….
ประเภทสถาบัน…………………………………………………………………………….
ขนาดสถาบัน – จำนวนผู้เรียน………………………………………………………………
ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาต่อสถานศึกษา (มหาวิทยาลัยของท่านมีหรือไม่ในหัวข้อต่อไปนี้)
การพัฒนาคณาจารย์ (Staff Development)…………………………………………………
การแลกเปลี่ยนอาจารย์ (Faculty Exchange)………………………………………………
การแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Exchange)…………………………………………….
การให้ทุนการศึกษา………………………………………………………………………..
การให้ทุนผู้ช่วยสอน (Teaching Assistants)………………………………………………
การให้ทุนผู้ช่วยวิจัย (Research Assistants)………………………………………………..
5. แผนงานการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ
มีแผนที่จะเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติหรือไม่………………………………………
ข้อมูลนี้ยังไม่ถือเป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการได้ หากยังอยู่ในระดับแนวคิด แนวทางการเปิดหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยของท่าน ได้แก่
หลักสูตรที่ 1
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ……………... …..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 2
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…………….…….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 3
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ……... ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..………… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..…................…
หลักสูตรที่ 4
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 5
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …..…… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
6. แนวทาง/ยุทธศาสตร์ของแผนงานการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ
เชิงวิชาการ
1. กลุ่มเป้าหมายของการจัดการศึกษานานาชาติ ได้แก่ .....................................................................
2. ภาษาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่................................................................................
3. คุณภาพวิชาการ – ต้องการให้บรรลุอย่างไร แตกต่างจากหลักสูตรที่มีอยู่อย่างไร และจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย.........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. ระบบการสรรหา และคัดเลือกผู้เรียนโดยวิธีการใดบ้าง........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. ในเขตชุมชนของท่าน ในจังหวัดมีโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียน EP, Bilingual ที่เรียนและสอน
ในภาษาต่างประเทศหรือไม่……………………………………………………………………
6. มีศักยภาพในการหานักศึกษาต่างประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านและอื่นๆ รวมทั้งความร่วมมือ
ในลักษณะแลกเปลี่ยนนักศึกษาหรือไม่ และอย่างไร เช่น กับ กัมพูชา มาเลเซียอินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์ – จีน อินเดีย ฯลฯ.....................................................................................................
7. มีการจัดระบบเวลาเรียนของหลักสูตรนานาชาติอย่างไร เช่น Semester, Trimester, Quarter,
Modular……………………………………………………………………..……………..
8. มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Twinning Program ความร่วมมือกับต่างประเทศ เรียนในประเทศบางส่วน กับเรียนต่างประเทศบางส่วนหรือไม่..........................................................
7. อนาคตของนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ
- ท่านคาดว่าตลาดแรงงานหลังจบการศึกษาของนักศึกษาที่ศึกษาจบจากหลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ ...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. ในด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนานาชาติ (หากมีการจัดการศึกษานานาชาติ)
ค่าเล่าเรียนที่มีการจัดเก็บในปัจจุบัน
ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรต่ำสุด…………………………………………บาทต่อหน่วยกิต
ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรสูงสุด………………………………………....บาทต่อหน่วยกิต
กรอบแนวคิดด้านค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและผู้ปกครอง
หลักสูตร ค่าใช้จ่ายต่ำสุด/เทอม ค่าใช้จ่ายสูงสุด/เทอม
1. แนวคิดการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยด้านการเปิดหลักสูตรนานาชาติ
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……... …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …………….……
2. แนวคิดการกำหนดค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..………………….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
3. เงินทุนสนับสนุนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัย รัฐบาล ท้องถิ่น พ่อแม่ผู้ปกครอง
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..………………….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
4. บทบาทของธนาคาร และแหล่งเงินทุนกู้ยืมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ……... ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..……………..….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
8. สถานที่พัก
ท่านมีแนวคิดอย่างไรที่จะทำให้ระบบที่พักที่อาศัยของนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาหลักสูตรนานาชาติ
ลักษณะสถานที่พักที่เตรียมการ (มหาวิทยาลัยราชภัฏของท่านเตรียมการไว้นักศึกษาหรือไม่)
หอพัก/บ้านพักในมหาวิทยาลัย…………………………………………………………..
หอพัก/บ้านพักภายนอก…………………………………………………………………..
Host family มีครอบครัวร่วมกิจกรรม……………………………………………………..
อื่นๆ โปรดระบุ……………………………………………………………........................
*****************************************************
ชื่อ- นามสกุล ผู้ให้สัมภาษณ์…………………………………………………………………………
ตำแหน่ง……………………………………………สังกัด………………………………………….
วันที่ให้สัมภาษณ์……………………………….สถานที่ให้สัมภาษณ์………………………………
แบบสัมภาษณ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการจัดการศึกษานานาชาติ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (semi-structure interview) เป็นการเตรียมประเด็นการสัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้าแค่ใช้ถามชี้นำ เพื่อจะได้ไม่ปิดกั้นความคิดของผู้เชี่ยวชาญในการสัมภาษณ์แบบปฏิสัมพันธ์ (interactive interview) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกสัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ในทุกประเด็นคำถาม
การจัดเก็บข้อมูลนี้เพื่อใช้ประโยชน์ในการทำนายความเป็นไปได้ และแผนยุทธศาสตร์ทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาระบบกำลังคนของประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ ผู้ให้ข้อมูลอาจเป็นผู้บริหารระดับสูง และการรวบรวมข้อมูลจากด้านอื่นๆ เพื่อทำให้ได้ภาพรวมของสถาบันการศึกษา และภาพรวมการอุดมศึกษาไทยด้านการพัฒนาสู่ความเป็นนานาชาติ
1. แบบเก็บข้อมูลสถาบัน ประกอบด้วย ชื่อมหาวิทยาลัยภาษาไทย ชื่อมหาวิทยาลัยภาษาอังกฤษ
สถานที่ตั้ง ที่อยู่ติดต่อได้ทางไปรษณีย์ E-mail: หมายเลขโทรศัพท์ Website
2. ระบบการศึกษา
หลักสูตรนานาชาติที่เปิดดำเนินการในปัจจุบันของมหาวิทยาลัยราชภัฏของท่านได้แก่
ระดับการศึกษา สาขาวิชาที่เปิดสอน จำนวนผู้เรียน นักศึกษาต่างชาติ ระดับอนุปริญญา
ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก
นักศึกษาต่างชาติ คิดเป็นร้อยละเท่าใดของจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น…………………………
มาจากชาติใดบ้าง…………………………………………………………….……………..
เรียนโดยใช้สื่อเป็นภาษาอะไร และอย่างไร……………………………………………….
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. ….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
3. อาจารย์ผู้สอน
อาจารย์ประจำ/ต่างประเทศ ที่ประจำหลักสูตรนานาชาติที่ท่านเปิดสอน
ระดับการศึกษา อาจารย์ไทย/คน อาจารย์ต่างชาติ/คน จากประเทศใดบ้าง
ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก จำนวนกี่คน
อาจารย์จากต่างประเทศ จากประเทศบ้าง……………………………………………………………………………
เพื่อมาทำหน้าที่อะไร………………………………………………………………………..……….
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ………..….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. …..
4. ความร่วมมือกับต่างประเทศ
ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยของท่านได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศอย่างไร (MOU) ใน
ด้านการจัดการศึกษานานาชาติ
ชื่อสถานศึกษา ไทย/อังกฤษ………………………………………………………………
ประเทศ…………………………………………………………………………………..
รัฐบาล/เอกชน…………………………………………………………………………….
ประเภทสถาบัน…………………………………………………………………………….
ขนาดสถาบัน – จำนวนผู้เรียน………………………………………………………………
ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาต่อสถานศึกษา (มหาวิทยาลัยของท่านมีหรือไม่ในหัวข้อต่อไปนี้)
การพัฒนาคณาจารย์ (Staff Development)…………………………………………………
การแลกเปลี่ยนอาจารย์ (Faculty Exchange)………………………………………………
การแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Exchange)…………………………………………….
การให้ทุนการศึกษา………………………………………………………………………..
การให้ทุนผู้ช่วยสอน (Teaching Assistants)………………………………………………
การให้ทุนผู้ช่วยวิจัย (Research Assistants)………………………………………………..
5. แผนงานการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ
มีแผนที่จะเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนนานาชาติหรือไม่………………………………………
ข้อมูลนี้ยังไม่ถือเป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการได้ หากยังอยู่ในระดับแนวคิด แนวทางการเปิดหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยของท่าน ได้แก่
หลักสูตรที่ 1
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ……………... …..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 2
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…………….…….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 3
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ……... ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..………… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..…................…
หลักสูตรที่ 4
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
หลักสูตรที่ 5
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …..…… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……………..……….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
6. แนวทาง/ยุทธศาสตร์ของแผนงานการเปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ
เชิงวิชาการ
1. กลุ่มเป้าหมายของการจัดการศึกษานานาชาติ ได้แก่ .....................................................................
2. ภาษาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่................................................................................
3. คุณภาพวิชาการ – ต้องการให้บรรลุอย่างไร แตกต่างจากหลักสูตรที่มีอยู่อย่างไร และจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย.........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
4. ระบบการสรรหา และคัดเลือกผู้เรียนโดยวิธีการใดบ้าง........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
5. ในเขตชุมชนของท่าน ในจังหวัดมีโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียน EP, Bilingual ที่เรียนและสอน
ในภาษาต่างประเทศหรือไม่……………………………………………………………………
6. มีศักยภาพในการหานักศึกษาต่างประเทศจากประเทศเพื่อนบ้านและอื่นๆ รวมทั้งความร่วมมือ
ในลักษณะแลกเปลี่ยนนักศึกษาหรือไม่ และอย่างไร เช่น กับ กัมพูชา มาเลเซียอินโดนีเซีย
ฟิลิปปินส์ – จีน อินเดีย ฯลฯ.....................................................................................................
7. มีการจัดระบบเวลาเรียนของหลักสูตรนานาชาติอย่างไร เช่น Semester, Trimester, Quarter,
Modular……………………………………………………………………..……………..
8. มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Twinning Program ความร่วมมือกับต่างประเทศ เรียนในประเทศบางส่วน กับเรียนต่างประเทศบางส่วนหรือไม่..........................................................
7. อนาคตของนักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ
- ท่านคาดว่าตลาดแรงงานหลังจบการศึกษาของนักศึกษาที่ศึกษาจบจากหลักสูตรนานาชาติ ได้แก่ ...............................................................................................................................................................................................................................................................................................................
8. ในด้านค่าใช้จ่ายในการเรียนหลักสูตรนานาชาติ (หากมีการจัดการศึกษานานาชาติ)
ค่าเล่าเรียนที่มีการจัดเก็บในปัจจุบัน
ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรต่ำสุด…………………………………………บาทต่อหน่วยกิต
ค่าเล่าเรียนในหลักสูตรสูงสุด………………………………………....บาทต่อหน่วยกิต
กรอบแนวคิดด้านค่าใช้จ่ายของผู้เรียนและผู้ปกครอง
หลักสูตร ค่าใช้จ่ายต่ำสุด/เทอม ค่าใช้จ่ายสูงสุด/เทอม
1. แนวคิดการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยด้านการเปิดหลักสูตรนานาชาติ
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ……... …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …………….……
2. แนวคิดการกำหนดค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..………………….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
3. เงินทุนสนับสนุนอื่นๆ จากมหาวิทยาลัย รัฐบาล ท้องถิ่น พ่อแม่ผู้ปกครอง
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… …..….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..………………….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
4. บทบาทของธนาคาร และแหล่งเงินทุนกู้ยืมที่เข้ามาเกี่ยวข้อง
…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ……... ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..……………..….. ……...… ….. ….. …..…… ….. ….. ….. …… ….. ….. …..
8. สถานที่พัก
ท่านมีแนวคิดอย่างไรที่จะทำให้ระบบที่พักที่อาศัยของนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาหลักสูตรนานาชาติ
ลักษณะสถานที่พักที่เตรียมการ (มหาวิทยาลัยราชภัฏของท่านเตรียมการไว้นักศึกษาหรือไม่)
หอพัก/บ้านพักในมหาวิทยาลัย…………………………………………………………..
หอพัก/บ้านพักภายนอก…………………………………………………………………..
Host family มีครอบครัวร่วมกิจกรรม……………………………………………………..
อื่นๆ โปรดระบุ……………………………………………………………........................
*****************************************************
วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับสมัคร
วิทยาลัยนานาชาติ จัดการศึกษาในหลักสูตรนานาชาติ โดยจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ ประกอบไปด้วยภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษามีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละหลักสูตร และมีวัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพให้นักศึกษาเป็นผู้มีความรู้คู่คุณธรรม มีทักษะวิชาชีพ ความสามารถและประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของสังคม ซึ่งการเรียนการสอนของวิทยาลัย ไม่เน้นเด็กที่เก่งภาษา แต่มีความพยายามและชอบที่จะเรียนรู้เพิ่มเติม โดยวิทยาลัยมีการจัดสอบวัดระดับทักษะภาษาอังกฤษทุกภาคเรียนและมีการจัดเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดภาคเรียน รวมไปถึงจัดให้มีวิชาการเสริมพื้นฐานภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพิ่มเติม สำหรับนักศึกษาที่มีคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ โดยผู้สอนมีทั้งชาวไทยที่มีดีกรีจบการศึกษาจากต่างประเทศ และชาวต่างประเทศ ที่มีศักยภาพ และมีพื้นฐานเฉพาะด้าน แต่ทั้งนี้ในปี ที่ 1จะเน้นการเรียนพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้นักศึกษามีพื้นฐานที่ดีแล้วจึงจะเรียนเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการตามสาขาวิชา
Bachelor of Business Administration (B.B.A.)
◈International Business Program สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ
ศึกษาเกี่ยวกับแนวความคิด หลักการ และทฤษฎีการบริหารธุรกิจ การเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และการตลาด โดยเน้นด้านธุรกิจระหว่างประเทศ ระบบการเงิน การแลกเปลี่ยนเงินตรา การวิเคราะห์เชิงระบบ การจัดการเชิงกลยุทธ์ การศึกษาพฤติกรรมองค์กร ความสัมพันธ์ของกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ การจัดทำโครงสร้างการบริหารงาน การบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเป็นการตอบสนองการขยายตัวทางด้านธุรกิจ ซึ่งมีการฝึกปฏิบัติงานจริงจากองค์กรรัฐและเอกชน โดยบัณฑิตสามารถนำความรู้ที่เรียนมาประกอบอาชีพต่างๆ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับการติดต่อระหว่างประเทศ การส่งออก นำเข้าสินค้า การขนส่ง การเงิน การธนาคาร การบริหารงานโรงงาน งานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
◈Hospitality and Tourism Management Program สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว
เน้นความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน เกี่ยวกับการจัดการโรงแรม (Hospitality) การท่องเที่ยว(Tourism) และการจัดการประชุมสัมนา (MICE) และศึกษาถึงโครงสร้างการบริหารจัดการ (Management) การศึกษาแนวโน้มการดำเนินงานด้านธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว โดยมีการศึกษาดูงานในธุรกิจสถานประกอบการด้านโรงแรม และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน การวางระบบงาน เรียนรู้ระบบปฏิบัติการในส่วนงานต่างๆ ภายในโรงแรม มีการศึกษาดูงานหน่วยงานชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
Bachelor of Arts (B.A.)
◈ Airline Business สาขาวิชาธุรกิจการบิน
เน้นการเรียนการสอนเกี่ยวกับธุรกิจด้านการบิน งานบริการบนเครื่องบินและภาคพื้นดิน ภูมิศาสตร์การบิน กฏและระเบียบการจราจรทางอากาศ ชนิดของเครื่องบินและประสิทธิภาพการบิน โดยเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ โดยลงมือปฏิบัติจริงในห้องปฏิบัติการจำลอง มีการศึกษาดูงานจากสถานประกอบการจริง พร้อมส่งเสริมความชำนาญในวิชาชีพด้วยการฝึกปฏิบัติงาน
◈ Restaurant and Lodging Business สาขาวิชาธุรกิจภัตตาคารและที่พัก
เป็นสาขาที่เรียนรู้และต้องลงมือปฏิบัติจริงในด้านธุรกิจภัตตาคารและเครื่องดื่ม การศึกษาถึงครัวไทย ครัวนานาชาติ ฝึกการจัดเตรียมอาหารในแต่ละชาติ การเลือกวัตถุดิบ วิธีการปฏิบัติ หลักโภชนาการ การจัดตกแต่ง การจัดทำเมนู การควบคุมต้นทุน รวมถึงความรู้เกี่ยวกับที่พัก การจัดเตรียมสถานที่ รายละเอียดที่สำคัญสำหรับงานบริการด้านที่พัก รวมถึงระบบการทำงานภายในแผนกต่างๆ ฝึกทักษะในการเพิ่มพูนความรู้ใหม่เกี่ยวกับสาขาวิชาที่เรียน และศึกษาถึงโครงสร้างเกี่ยวกับการจัดทำธุรกิจเฉพาะด้านการศึกษาดูงานจากสถานประกอบการ และส่งเสริมความชำนาญในวิชาชีพด้วยการฝึกปฏิบัติงานจริง
◈ Tourism Industry สาขาวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เน้นความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน ทักษะเฉพาะทางและทัศนคติที่ดีต่อการบริการ ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมบริการ โดยเน้นการเสริมสร้างสมรรถนะในวิชาชีพควบคู่กับทักษะด้านการจัดการและการใช้เทคโนโลยี การศึกษาการท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก เน้นรูปแบบบริษัทนำเที่ยวจำลอง เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์นำเที่ยวด้วยตนเอง รวมถึงการจัดทัศนศึกษาเยี่ยมชมสถานที่ที่สำคัญ การจัดทำบัตรมัคคุเทศก์ เพื่อประกอบวิชาชีพในอนาคต ด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
อัตราค่าธรรมเนียม ภาคการศึกษาปกติ 30,000 บาท ภาคฤดูร้อน 15,000 บาท
ยกเว้น หลักสูตรธุรกิจการบิน ค่าธรรมเนียมภาคการศึกษาปกติ 35,000 บาท ภาคฤดูร้อน 17,500 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) หรือเทียบเท่าจากโรงเรียนในประเทศและต่างประเทศ
2. สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนในต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาในต่างประเทศติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีหนังสือรับรองเทียบคุณวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ
3. สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ต้องเป็นโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง และมีหนังสือรับรองเทียบคุณวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ
4. มีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50 ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
5. มีผลการเรียนภาษาอังกฤษเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.75
6. มีความประพฤติเรียบร้อย
7. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
ทุนการศึกษา
1. ทุนเรียนดี เพื่อการศึกษา สำหรับนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ย 3.00
2. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตามคุณสมบัติที่กำหนด
ความร่วมมือทางวิชาการ
วิทยาลัยนานาชาติเป็นหน่วยงานที่ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจในศักยภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาจึงมีหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ความร่วมมือโดยมีข้อตกลงทางวิชาการร่วมกันในการที่จะพัฒนาหลักสูตร งานวิชาการและการแลกเปลี่ยนนักศึกษา รวมถึงการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ เพื่อพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยมี Partner Institutions ดังนี้
องค์กรในต่างประเทศ
1. Harrow House International College ประเทศอังกฤษ
2. University of Western Sydney ประเทศออสเตรเลีย
3. Deakin University ประเทศออสเตรเลีย
4. University of Hradec Kralove สาธารณรัฐเช็ก
5. Metropolitan University Prague สาธารณรัฐเช็ก
6. Business and Hotel Management School ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
องค์กรในประเทศ
1. สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
2. สวนนงนุชพัทยา
3. โครงการโรงเรียนในฝัน (โรงเรียนดีใกล้บ้าน) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
4. โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านระบบสารสนเทศ (Interactive e-learning) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
มหาวิทยาลัยในภาคตะวันตกที่เปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติ
มหาวิทยาลัยในภาคตะวันตกที่เปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยที่บริหารงานและจัดการเรียนการสอนแบบนานาชาติเต็มระบบ ได้แก่ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด (Stamford International University) และมหาวิทยาลัยเวบสเตอร์ (ประเทศไทย) (Webster University) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยได้แก่ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น อยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี
มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด เปิดสอนในระดับปริญญาตรีและโท ระดับปริญญาตรีมี 11 สาขาวิชา คือ Accounting, Finance, Information Systems Management, Marketing, Intonation Business Management, Marketing, Airline Business Management, Business Communication, Communication Arts& New Media, Hospitality and Tourism Management และ Information Technology ระดับปริญญาโทเปิดสอน 4 สาขาวิชา คือ Hospitality and Tourism Management, Intonation Business Management, Intonation Business Management, Information Technology Management และ Marketing
มหาวิทยาลัยเว็บสเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดสอนในหลักสูตรปริญญาตรีและโท ในระดับปริญญาตรีมีสอน 8 สาขาวิชา คือ Business Administration, Management With Emphasis in Marketing, Management with International Business, International Relations, Psychology Communication, Media Communications และ Advertising & Marketing Communication และระดับปริญญาโท 3 สาขาวิชา คือ Business Administration, International Business และ International Relations
มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น เปิดสอนในหลักสูตรตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ในระดับปริญญาตรี มี 3 สาขาวิชา Faculty of Management Science Tourism Management, Faculty of Applied Arts and Product Design Product Design และ Integral Development Studies Program Integral Development Studies ในระดับปริญญาเอก มี 2 สาขาวิชา คือ Faculty of Applied Arts and Product Design Product Design และ Integral Development Studies Program Integral Development Studies
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553
การวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้ในงานวิจัย
ลักษณะการวิจัยเชิงคุณภาพ มีสาระสำคัญดังนี้ (อุทุมพร จามรมาร, 2539 อ้างใน ประจวบ สุขสมบูรณ์ 2543 : 35)
1.1 การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Interview) เพียงแต่มีโครงการของคำถามสำหรับเป็นแนวทางในการสัมภาษณ์ให้ตรงกับวัตถุประสงค์การวิจัย
1.2 การอภิปรายกลุ่ม (Focus Group Disscussion) หรือการระดมความคิด ได้แก่ การนำผู้ให้ข้อมูลมารวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ แล้วถามคำถามเพื่อให้กลุ่มให้ข้อมูลโดยการอภิปราย
1.3 การสังเกตพฤติกรรมหรือวิธีการหรือวิธีการปฏิบัติ เป็นวิธีการเก็บข้อมูลเพื่อการแสวงหาข้อมูลจารกกลุ่มเล็ก เทคนิคนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตวิเคราะห์และมีความอดทนในการสังเกตที่ใช้เวลา
1.4 การวิเคราะห์เนื้อหาสาระจากเอกสาร เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ร่วมกับวิธีรวบรวมข้อมูลแบบอื่น โดยเฉพาะในการอ่านเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ผลจากการอ่านจะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถออกแบบการวิจัยได้เหมาะสม เลือกเทคนิควิเคราะห์ เขียนรายงานและอภิปรายผลได้กว้างขวางลึกซึ้ง
การวิจัยเชิงคุณภาพไม่จำเป็นต้องใช้สาระสำคัญครบทั้งสี่ประการ จะเลือกอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้
การสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์เป็นวิธีการศึกษาค้นคว้าที่ใช้กันโดยทั่วไปในวิชาสังคมศาสตร์ เป็นรูปแบบของปฏิสัมพันธ์ผู้สอบถามและผู้ตอบ ภายใต้กฏเกณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเป็นการสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นหลัก มีความยืดหยุ่น ผู้สัมภาษณ์มีโอกาสอธิบายขยายความหรือซักถามเพิ่มเติมติดต่อกันเพื่อให้ผู้ตอบเข้าใจจุดประสงค์ของผู้สัมภาษณ์ทั้งยังสามารถเปลี่ยนสถานการณ์หรือหาทางวกกลับเมื่อผู้ตอบไม่ตรงคำถาม การสัมภาษณ์เพื่อการวิจัยแบบออกเป็น 2 ประเภท (สุภางค์ จันทวานิช 2537 : 75-103 อ้างถึงใน เสน่ห์ จุ้ยโต 2542)
2.1 แบบของการสัมภาษณ์ แบบการสัมภาษณ์แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
2.1.1 การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างหรือการสัมภาษณ์แบบเป็นทางการ (Structured Interviw or Formal Interview) มีลักษณะคล้ายแบบสอบถามเพราะคำถามถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า การสัมภาษณ์แบบนี้มีคำถามและข้อกำหนดตายตัว จะสัมภาษณ์ผู้ใดก็ใช้คำถามแบบเดียวกันมีลำดับขั้นตอนเรียงกันเหมือนกัน โดยปกตินักวิจัยเชิงคุณภาพมักจะไม่ใช้วิธีนี้เป็นวิธีการหลัก เพราะไม่ช่วยให้ได้ข้อมูล ที่ลึกซึ้งและครอบคลุมเพียงพอ โดยเฉพาะในแง่วัฒนธรรม ความหมาย และความรู้สึกนึกคิด
2.1.2 การสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ (Informal Interview) เป็นแบบที่มักจะควบคู่กันกับการสังเก็ตแบบมีส่วนร่วม มักจะใช้วิธีการวิจัยทางชาติพันธุ์วรรณา ซึ่งต้องการข้อมูลที่ละเอียดลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมของกลุ่มชน และข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้มีผู้รวบรวมมาก่อน ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ในการสัมภาษณ์แบบนี้ผู้วิจัยมักจะสัมภาษณ์เอง จึงจะได้รู้ว่า ต้องการข้อมูลแบบใดเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยอาจเตรียมคำถามกว้าง ๆ มาล่วงหน้า การสัมภาษณ์แบบนี้แบ่งออกเป็น 4 แบบย่อย คือ
- แบบแรกเป็นการสัมภาษณ์โดยเปิดกว้างไม่จำกัดคำตอบเพื่อให้ผู้ถูกสัมภาษณ์มีอิสระที่จะอธิบายแนวคิดของตนเองไปเรื่อย ๆ จึงเหมาะที่จะใช้กับผู้วิจัยที่ยังไม่มีแนวคิดเฉพาะเจาะจงสำหรับข้อมูลที่ได้รับ หากแต่แนวคิดด้านทฤษฏีในเรื่องนั้น ๆ ชัดเจนดีอยู่แล้ว
- แบบที่สอง การสัมภาษณ์แบบไม่มีจุดสนใจเฉพาะ (Focus Interview) หรือการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ( In depth Interview) ผู้สัมภาษณ์มีจุดสนใจอยู่แล้วจึงพยายามหันความสนใจของผู้ถูกสัมภาษณ์ให้เข้าสู่จุดที่สนใจ ผู้วิจัยต้องรู้จักรวบรัดหรือตัดบทโดยไม่ให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เกิดความรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากให้ความร่วมมือ
- แบบที่สามเป็นการสัมภาษณ์แบบตะล่อมกล่อมเกลา (Probe) โดยการซักถามที่ล้วงเอาส่วนลึกของความคิดออกมา ต้องใช้วาทศิลป์เพื่อให้ผู้ตอบเล่าเรื่องทั้งหมด ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทนายความมักนิยมใช้กัน
- แบบที่สี่เป็นการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant Interview) โดยการกำหนดตัวผู้ตอบบางคนเป็นการเฉพาะเจาะจง เพราะผู้ตอบนั้นมีข้อมูลที่ดีลึกซึ้งกว้างขวางเป็นพิเศษเหมาะกับความต้องการของผู้วิจัย เราเรียกบุคคลนี้ว่าผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คุณค่าของผู้ให้ข้อมูลสำคัญอยู่ที่แง่มุมในการมองปรากฏการณ์แบบคนใน (Emit) ของเขาผู้วิจัยจึงไม่ควรเอาความคิดตนเองไปใส่ในระบบความคิดของผู้ให้ข้อมูลสำคัญจนเขาสูญเสียทัศนะแบบคนใน
2.2 ขั้นตอนการสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์มีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้
2.2.1 ขั้นเตรียมการสัมภาษณ์ โดยการเลือกกลุ่มบุคคลที่จะไปสัมภาษณ์ ศึกษาว่าเขาคือใคร เตรียมรายละเอียดต่าง ๆ วางแผนการสัมภาษณ์ และซักซ้อมการสัมภาษณ์กับผู้อื่นก่อน
2.2.2 ขั้นเริ่มการสัมภาษณ์ ประกอบด้วย แนะนำตัวเอง สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง บอกวัตถุประสงค์ พูดคุยอุ่นเครื่องก่อนการสัมภาษณ์จริง กรณีที่จะมีการบันทึกหรือใช้เครื่องบันทึกเสียงต้องแจ้งให้ผู้สัมภาษณ์ทราบด้วย
2.2.3 ขั้นสัมภาษณ์ ใช้คำถามที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เป็นนักฟังที่ดี รู้จักป้อนคำถามได้เหมาะสม ใช้ภาษาสุภาพเข้าใจง่าย
2.2.4 ขั้นบันทึกข้อมูล และสิ้นสุดการสัมภาษณ์ ประกอบด้วย การจดบันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง เจาะเฉพาะข้อมูลสำคัญ รีบทำการบันทึกการสัมภาษณ์ให้แนบไว้กับบันทึกการสัมภาษณ์นั้นด้วย
2.2.3 การบันทึกคำตอบ สำหรับการบันทึกคำตอบ จากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยมีโอกาสเลือกได้ 2 วิธี
- ใช้แถบบันทึกเสียงช่วย ซึ่งอาจจะทำให้สิ้นเปลืองและเป็นทางการมากเกินไป
- บันทึกการสัมภาษณ์ในขณะสัมภาษณ์และเขียนรายละเอียดภายหลัง
2.4 หลักการบันทึกคำตอบ ในการบันทึกคำตอบ ครอบคลุมข้อมูลดังต่อไปนี้
2.4.1 ทัศนคติของผู้ให้สัมภาษณ์และต่อการสำรวจ
2.4.2 ลักษณะปกปิดของผู้ให้สัมภาษณ์ที่อยู่อาศัยหรือองค์ประกอบอื่น ๆ ในชีวิตของผู้ให้สัมภาษณ์
2.4.3 องค์ประกอบใด ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการสัมภาษณ์ เช่น การขัดจังหวะ ความยุ่งยากเกี่ยวกับนักศึกษา ผู้ให้สัมภาษณ์ไม่ตอบคำถามบางข้อ
2.4.4 ข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจากคำตอบจากการสัมภาษณ์
รูปแบบวิธีการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ในการนำเสนอแนวคิดและกระบวนการดำเนินงานใหม่ ๆ หากไม่สามารถนำแนวคิดและสิ่งที่นำเสนอ
ใหม่นั้นไปทดลองหรือปฏิบัติจริงเพื่อประเมินความถูกต้องเหมาะสมได้ การประเมินตรวจสอบความเหมาะสม ความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคุณวุฒินี้ ถือว่าเป็นวิธีการประเมินทางการศึกษาที่เรียกว่า วิพากษ์วิจารณ์ต้องอาศัยผู้ทรงคุณวุฒิติชม และเชื่อถือได้เพราะว่าเป็นการตัดสินหรือการวิพากษ์วิจารณ์โดยกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ในศาสตร์สาขานั้นหรือวิชาชีพนั้น ๆ เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ (Conrad and Wilson, 1985อ้างถึงใน อุไรพรรณ เจนวานิชยานนท์, 2537)
ความสำคัญของวิธีการวิจัยนี้คือ “จุดการวิพากษ์วิจารณ์” ได้แก่ ค่านิยม และมโนทัศน์ที่ได้จากประเพณีหรือพิสัย การทำงานประจำ และจากทฤษฏีโดยตรงและโดยอ้อมเกี่ยวกับธรรมชาติของมาตรฐานในการประเมินค่าและคุณภาพต่างๆ จุดการวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้สะสมอยู่ในตัวของผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งพื้นฐานการศึกษาและการฝึกฝนของผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ด้วยในลักษณะดังกล่าวที่กล่าวนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิก็คือ “เครื่องมือ” ในการวิจัยรูปแบบนั่นเอง การวิจัยแบบนี้อาจใช้เทคนิคเดลฟาย คือ การสอบถามจากผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มหนึ่งและรายงานผลในลักษณะข้อมูลย้อนกลับและอาจถามว่าจะเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นเดิมหรือไม่ กลับไปกลับมาหลาย ๆ ครั้งจนกว่าจะเกิดความเห็นพ้องต้องกันเป็นเอกฉันท์ในปัญหาการวิจัยที่สอบถาม แล้วผู้วิจัยจึงรวบรวมข้อเสนอแนะ ข้อสรุป (ถ้ามี) และอาจเขียนรายงานด้วยก็ได้ (พรชุลี อาชวอำรุง, 2528 อ้างถึงในอุไรพรรณ เจนวาณิชยนนท์, 2537)
วิธีการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิตามแนวคิดของไอส์เนอร์ (Eisner) เป็นรูปแบบการวิจัยอีกรูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะแตกต่างจากรูปแบบการประเมินอื่นๆ โดยไอส์เนอร์ (อ้างถึงใน พรชุลี อาชวอำรุง, 2528) ผู้พัฒนาแนวความคิดนี้ได้ชี้ถึงปัญหาที่การวิจัยการศึกษามักถูกครอบงำด้วยกระบวนการหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีการประมาณมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่ เรื่องราวทางการศึกษาหลายเรื่องเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน ทั้งไอส์เนอร์เชื่อว่าการรับรู้สิ่งใดก็ตามด้วยความเท่าเทียมกัน เป็นคุณลักษณะพื้นฐานของความเป็นผู้รู้ (Connoisseurship) ด้วยเหตุผลนี้แนวทางการประเมินผลทางการศึกษาตามแนวคิดของไอสเนอร์จึงมีลักษณะพื้นฐานต่างจากแนวทางอื่นๆ ดังนี้
1. เป็นรูปแบบที่มิได้เน้นสัมฤทธิ์ผลของวัตถุประสงค์จากรูปแบบการประเมินแบบอ้างอิงเป้าหมาย
(Goal 3 Based Model) การตอบสนองปัญหาและความต้องการของผู้เกี่ยวข้องตามรูปแบบการประเมินแบบตอบสนอง ( Responsive Model) อย่างใดอย่างหนึ่งแต่การประเมินโดยผู้รู้หรือผู้ทรงคุณวุฒิจะเน้นการวิเคราะห์วิจารณ์อย่างลึกซึ้งเฉพาะในประเด็นที่ถูกนำขึ้นมาพิจารณา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงกับวัตถุประสงค์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือกับกระบวนการตัดสินใจเสมอไป แต่อาจผสมผสานปัจจัยในการพิจารณาต่าง ๆ เข้าด้วยกันตามวิจารณญาณของผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับคุณภาพ ประสิทธิภาพหรือความเหมาะสมที่ทำการประเมิน
2. เป็นรูปแบบการประเมินที่เน้นความเป็นเฉพาะทาง (Specialization) ในเรื่องที่ประเมินโดยพัฒนามาจากการวิจารณ์ของผู้ทรงคุณวุฒิเท่านั้น ต่อมาได้มีการนำมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาระดับสูงในสาขาเฉพาะที่ต้องอาศัยผู้รู้ ผู้เล่นในเรื่องนั้นจริง ๆ มาเป็นผู้ประเมินผล รูปแบบนี้จึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ประเมินผลในวงการอุดมศึกษาที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง
3. เป็นรูปแบบการประเมินผลที่ใช้ตัวบุคคลผู้ทรงคุณวุ ฒินั่นเองเป็นเครื่องมือการประเมินผลโดยเน้นความเชื่อถือว่าผู้ทรงคุณวุฒินั้นจะเที่ยงธรรมและมีวิจารณญาณที่ดี ทั้งนี้มาตรฐานและเกณฑ์พิจารณาต่าง ๆ นั้น จะเกิดขึ้นจากประสบการณ์และความชำนาญการของผู้ทรงคุณวุฒิ
4. เป็นรูปแบบที่ยอมให้มีความยืดหยุ่นในกระบวนการทำงานของผู้ทำงานของผู้ทรงคุณวุฒิตามอัธยาศัยและความถนัดของแต่ละคน นับตั้งแต่การกำหนดประเด็นที่จะพิจารณาการบ่งชี้ ข้อมูลที่ต้องการ การเก็บรวบรวม ประมวลผลและวินิจฉัยข้อมูล ตลอดจนการนำเสนอ
ทั้งนี้การเลือกผู้ทรงคุณวุฒิจะเน้นที่สถานภาพทางวิชาชีพ ประสบการณ์เป็นที่เชื่อถือ (High Credibility) ของวิชาชีพนั้นเป็นสำคัญ
สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้เลือกสาระสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพจากการวิเคราะห์สาระ (Content Analysis) และการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างในแนวลึก (in- depth strured Interview)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553
International Education of Rajabhat Universities in Thailand
Title : International Education of Rajabhat Universities in Thailand
Researcher : Prapaporn Boonplord
Workplace : Faculty of Management Sciences (Business computer) Surindra Rajabhat University (SRRU), Surin 32000 Thailand.
Abstract : This study is part of the Ph.D. thesis of Rajabhat Surin The objective is to study international education Rajabhat University in Thailand The method of study in depth analysis, including analysis of documents related research from the Internet. Documents and reports on research related to the management of international institutions as a whole. And Rajabhat University in Thailand. This study will benefit the university as a whole. And, especially Rajabhat Surin Rajabhat University. The results of using this application for planning education in various fields in a concrete way. Effective. Benefit maximum And useful to understanding of the concept and its study. To define the strategy of each Rajabhat University. To move into international education.
Keyword : international education, International Program, International university courses, Higher Education, Rajabhat University
Introduction
This study. Aims to develop policy proposals of international education Rajabhat University. Using procedures that have policy research is a three stage process context for a study to propose a two-term policy development and policy proposals from the three validation steps proposed policy. The multiple case study of foreign and domestic
Proposed policy of international education. Rajabhat University system as a result of research, policy research based principles of combination. Based on data from various sources. At first, the triangle principle and principle participate integrated. Participants from integrated. From stakeholders in the development of grassroots level. Monitoring and policy proposals in step two and step three is the confidence that Proposed policy is appropriate and consistent profitability And possible
On education in the international curriculum of Rajabhat University which has been prepared in accordance with policy. This will result in one option that will allow students to learn in the international course with the opportunities to practice English, learn how to generate idea, practice and expose their opinions rather than study in its original format, including the opportunity to study and live abroad. This is because in some Rajabhat Universities, there is the technical cooperation MOU (Memorandum of Understanding) with foreign universities. In some courses students will receive two degrees from both institutions. Also at present, legislature has enacted Rajabhat University Act in BC 2547, the mission to Rajabhat University is that Rajabhat University shall perform the success of the international education. In order to have the efficiency of administrative and management, there must be the agency responsible for various tasks about organized curriculum with international content; learning must be an international language like English. And teachers need to develop a potential that suitable for teaching international program with the aim to create academic excellence in the region to step into the international. In this research, the researcher must obtain the proposed policy of international education of Rajabhat University to serve as the standard criterion for managing Rajabhat University to Management of International Education which is recognized as the leading institution of the Thai higher education in the social world.
Research Objective : 1. Study the operation of international educational institutions as a whole. And Rajabhat University in Thailand 2. The problems and solutions of international education institutions as a whole and Rajabhat University in Thailand
Concepturl Framework
The study documents. Research related aforesaid Framework is summarized in this study were as follows.
Figure 1: conceptual framework in research
Research Methodology
Research process about the proposed policy of international education at Rajabhat University aims to develop a proposed policy for education of Rajabhat University by policy research which consists of 3 phases including:1) Context study to prepare policy proposals 2) Development of policy proposals 3) Monitoring policy proposals
Phase 1 Study of context to create policy proposals by various research methods. Focus on multiple data sources) according to triangulation approach, by each methodology will be parallel to the same time. And information received from each type of research will be used in developing the draft policy proposals with equivalent status design as from the concept of mixed methodology research (mixed methodology) (Majchzak. 1984 referred to Viroj Sarattana. 2548: 14) as following: The analysis of documents
1. The interview (in-dept interview) with Rajabhat University President on the International
of Rajabhat University The survey of population and staffs of Rajabhat University. The multiple case studies (multi-case study). International education in 3 Universities in Thailand: Assumption University, Mahidol University and Phranakhon Si Ayutthaya Rajabhat University. International education of Overseas Universitie
Phase 2 Development of proposed policy research in two steps as following:
Step 1 in-depth interview with experts and target group discussion.
Step 2 proposed policy revisions
Phase 3 Validation proposed policy to examine for ensuring that proposed policy in the education of Rajabhat University which appropriate and applicable.
From above, research diagram has been shone the 2nd diagram.
Figure 2 : The research process. "The proposed policy of international education Rajabhat University.
International Education. refers to the relationship between countries in the world about learning from each other in the economic, social and cultural studies to cause cooperation through communications, modern Therefore the exchange staff personnel, teachers, students and technology different with common language as a medium (Ministry of University Affairs. 2534: 5) and International Education (1988: 296) has the meaning of International Education as International Relations in. education And international culture. During the first World War 2 looks like a student exchange program international official But after World War 2 include providing assistance and education to developing countries. Communication between students. Scholars in various countries with emphasis on building relationships between countries.
International education in Thailand
International education institutions. The structure of administration within a given unit or institution responsible for operation of three types of ownership course Graduate School or the central university And International College. The appropriate format depends on the purpose and goals of international courses. Structure and management of each university.
Elements and the international index. In higher education.
ALFONSO (1990 cited in Hansa, 2540: 29) has studied the international dimension of Higher Education and Development Index to measure the international institutions of higher education The following features.
• foreign language courses.
• International.
• study and visit abroad.
• Number of students from abroad.
• Number of faculty in international exchange programs.
• Number of subsidies received to carry out international activities.
• Cooperation in research And Training International.
International university education is to what Look like. Differ from those in other countries or not and how Today, no one would deny that the communication between the English language is very important. Whether political arena. National economy. Here. Working in various fields. Or even because of our world today. Communication is the exchange of information between all the time. Using common language of understanding associated with each other, it is essential. Is essential if students began the same since the foundation of basic education. Studying in an international program considered an alternative for those who want to prepare for future study and work in society grows each day.
International education in Thailand has become an alternative to help Thai students to learn in the course of the international Opportunity to practice English. Learn how to think. Actual practice. And reviews. Than traditional education. And may have the opportunity to study and live in foreign countries.
Because each institution often technical cooperation or MOU (Memorandum of Understanding) between universities abroad In some courses students will have two degrees from both institutions (Double - Degree).
Competitive global society today, even stocks of more intensive. Compete not only on economic but also competition information. Education and the readiness of the countries. Language is a child in urgent need to develop more. Learning to acquire technical knowledge alone is not enough. We must be able to communicate in English or other businesses can also use to communicate. And working in the world.
The course is well equipped with international technical and language As an alternative to social attention. Although the tuition fees of more than to the formal study of any teaching in Thai. But it can be considered worthwhile investment because students will have expertise in both listening, speaking, reading and writing skills, including negotiation. Ideas from friends. From various countries in the classroom as well. The International Program in Thailand teaching English throughout the course of Thai friends and Gentiles together in class room Is habituation in English. And culture with each other. Reduction compared with the small world in our institution when the familiarity Confidence. When graduates away. The result is both academic and knowledge. Students also learn to coexist with foreign friends. Skilled in using language Prepare to go out and compete with people inside and outside the foreign efficiently (Editors EXIT BOOK: 2552).
The International Higher Education is critical to the development of the students very
much. It was evident that the purpose of education about the world (global education) intended for students tact (time and place) to understand the complexity of the problem. That affect international relations. Prepare students for the changes. To explore ideas. Reduce the local popularity. Students understand correctly that Various relationships. Not static but always changing current (Scott. 1994: 73. Referred to in Thong and Family Sothon of 2540).
Since the universality of higher education Is very important. International Commission for Education in the 21st century organization UNESCO. With the Company, Mr. de ล's number (Jacques Delors) President Commissioner. Therefore international cooperation is the key role of the university The report defined the role of universities in the 21st century, the four major roles (Delors, 1987: 39. Referred to in Thong and Wong Sothon of 2540).
1. Prepare students for teaching and research.
2. Provide training to meet the high demands of life and economic and social
3. An opportunity for everyone to meet the needs of a wide range of life.
4. The international cooperation.
In Thailand, there were few institutions of
Institutions in Thailand in the year 2546 higher education institutions. Of 865 sites (excluding Campus Information and Education Center) There are institutions of the state of 520 In and institutions of private number 345 of the classification as institutions under the Ministry of Education, Number 681 of the institutions under the Ministry of University Affairs Unit. 78 and higher education institutions of the Ministry of Education and other specific number of 106 (Office of National Education. 2546: 5).
International institutions, including an Institute of Asian Institute of Technology (AIT).
The International Institute. Received subsidies from the Thai government budget. And current management in higher education in Thailand. Considering BY JURISDICTION. And types of public and private institutions. May be classified into 5 groups as follows.
1.'s State institutions under the Ministry of Education. There were 390 schools of
2. Private institutions under the Ministry of Education. Private Schools in the control and
promotion of the Private
3. Institute of Higher Education in the Ministry of State University's school of 24 sites If we include various campuses of the university has 29 of the total number of 53.
4. Private institutions in University Ministry. A private higher education institutions are
allowed to set up the Ministry of University Affairs. Private Higher Education Institutions Act. Amendment (No. 2) 2535 degree courses. Private universities have as many as 54 of the 23 universities and colleges were 31 of
5. Specialized institutions. Education is aimed at developing the students are qualified. And professional or career skills held by the needs of specific agencies or organizations of eight under 106 total number of institutions (Commission of National Education. 2546: 6-7).
Number of foreign students in Malaysia, Singapore and Thailand.
Country Number of international students Of race
1. Malaysia. 53,000 161
2. Singapore 51,000 158
3. Thailand. 5,601 72
Source: the Ministry of Education Malaysia, Singapore and Thailand. 2549.
Trends Year 2010 is expected to receive students overseas will increase 20% majority.
People continue to be China, Taiwan, Vietnam Myanmar, etc., because the current U.S. and English or other European countries. The goal of the incendiary. Very concerned parent of child safety. Allow students to move back to Asia to study in Thailand. Or the country safer. Such a situation is a great opportunity for more business education in Thailand. Government has expanded its market strategy to study more. (Ministry of Commerce 2548: 5) with a target market, the country is divided into major markets in Asia and emerging markets as a growth market in the country like the United States and Canada, Australia and other European countries. Will come to study in Thailand as an exchange between university students in Thailand and abroad with the same terms, including short courses with (Department of Export Promotion. 2548: 19).
**************************************************
Aderson,Janes E. (1975). Public Policy-making. New York : Praeger Publishers.
Ann Majchrzak. (1984). Methods For Policy Research. New Delphi : Newbury
Editors. (2010). Exit book. Bangkok : Watta Publishers.
Higher Education. (2548). The trade liberalization of trade management. Educational context. New York: Commission on Higher Education. Ministry of Education
Knight, J. and Wit, H. (1997). Internationalization Encyclopedia of Higher Education in Asia Pacific Contries. Published by the Euprean Association for international Educational.
Knowles, A.S. (1977). The International Students and Schools. In Charles B. Klasek, ed.
Merrill, M Oaks. (2003). Policy Research for Educational Leader. Paper for A Two –Week Intensive Workshop For The Second Cohort of Doctoral Student in Education Administration. Faculty of Education., Khon Kaen University Thailand.
Wang, G (1993). The Impact of Centralized offices of International Programs on Internationalization of Curriculum in the United States Land Grant Institution. Dissertation Abstract, West Virginia University. Dissertation Abstracts International No ACC 9427996.
University Affairs. (2552). Higher Education Development Plan No. 10. London: Office of the Permanent Secretary for University Affairs.Bureau of foreign higher education strategy.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
